• Facebook Connect
บทความ Update
16 ก.ย. 2561 ทำความรู้จัก "โรคซึมเศร้า" และวิธีการดูแล ฟื้นฟู จิตใจ       16 ก.ย. 2561 "อยากผอม" แต่ขี้เกียจออกกำลังกาย ทำได้ไม่ยาก       16 ก.ย. 2561 เทียบ 2 มอเตอร์ไซค์ไฮบริด "Honda-Yamaha" รุ่นไหนเด็ดกว่า?       16 ก.ย. 2561 "ปุ๊กลุก-มิน" แท็กทีมเที่ยวทะเล นุ่งบิกินีตัวจิ๋ว เห็นแค่หลังยังใจละลาย       16 ก.ย. 2561 ผลชันสูตร "น้าหว่อง คาราวาน" พบภาวะหัวใจโต เมียไม่ทันเตรียมใจนึกว่าแค่เป็นลม       16 ก.ย. 2561 “แม่แก้ว” โพสต์ภาพขันน้ำมนต์วันบวงสรวงนาคี 2 แฟนคลับแห่ตีเป็นตัวเลข       16 ก.ย. 2561 "โดม ปกรณ์ ลัม" ทำเซอร์ไพรส์ คุกเข่าขอ "เมทัล" แต่งงานสุดโรแมนติก       16 ก.ย. 2561 เปิดตัว "iPhone Xr" ราคาประหยัดเหมือนได้ใช้ iPhone X หลากสี ในราคาสบายกระเป๋า       16 ก.ย. 2561 หญิงแย้ โชว์ก้นเด้ง ขาเรียวไร้เซลลูไลท์ กลางฝรั่งเศส หลังดูดไขมันทั้งร่างครบ 3 เดือน       16 ก.ย. 2561 เปิดตัวแล้ว "อั้ม พัชราภา" จับมือ "จิมมี่ เตชะอุบล" ทำบุญร่วมชาติ      
หมวดหมู่
หมวดหมู่ ตัวอย่างหนังใหม่
หมวดหมู่ ไฮไลท์ฟุตบอล
หมวดหมู่ ละครไทย
หมวดหมู่ วาไรตี้ เกมส์โชว์
หมวดหมู่ ข่าว
หมวดหมู่ การ์ตูน
หมวดหมู่ ท่องเที่ยว
หมวดหมู่ ซีรีย์ ฝรั่ง
หมวดหมู่ ซีรีย์ ญี่ปุ่น
หมวดหมู่ ซี่รีย์ จีน ไต้หวัน
หมวดหมู่ ซีรีย์ เกาหลี
หมวดหมู่ ความรู้ สารคดี
หมวดหมู่ ธุรกิจ การลงทุน
หมวดหมู่ บ้าน ที่พักอาศัย
หมวดหมู่ ยานยนต์
หมวดหมู่ เรียนภาษาต่างประเทศ
หมวดหมู่ เรื่อง ลึกลับ ลี้ลับ
หมวดหมู่ กีฬา
หมวดหมู่ สุขภาพ อาหาร ความงาม
หมวดหมู่ Youtube
หมวดหมู่ หนังสั้น
 
  • ละคร พระพุทธเจ้ามหาศาสดาโลก
     โลกปี 2017 คือปีแห่ง ‘ความโกลาหล’ ที่ยังวุ่นวายไม่จบสิ้น

โลกปี 2017 คือปีแห่ง ‘ความโกลาหล’ ที่ยังวุ่นวายไม่จบสิ้น


ตลอดปี 2017 ที่ผ่านมา เฝ้าติดตามสถานการณ์ต่างๆ ในแวดวงต่างประเทศอย่างใกล้ชิด และมีเหตุการณ์สำคัญจำนวนไม่น้อยที่สร้างปรากฏการณ์และแรงกระเพื่อมให้เกิดขึ้นในประชาคมโลก ซึ่งภาพรวมส่วนใหญ่ยังคงเต็มไปด้วยความขัดแย้ง

 

THE STANDARD จึงขอยกให้ภาพรวมต่างประเทศในปี 2017 เป็นปีแห่ง ‘ความโกลาหล’ ที่ยังคงวุ่นวายต่อเนื่องมาจากปี 2016
 

 

การเคลื่อนไหวของกลุ่มฝ่ายขวาและชาตินิยมทั่วโลก

เราเริ่มต้นปีด้วยชัยชนะจากการเลือกตั้งของกลุ่มฝ่ายขวาและการเคลื่อนไหวของกลุ่มชาตินิยมต่างๆ ทั่วโลกลากยาวมาตลอดทั้งปี นับตั้งแต่พิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีของนายโดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อเดือนมกราคม ปี 2017 และผลประชามติที่สนับสนุนให้สหราชอาณาจักรถอนตัวออกจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป (Brexit) ได้สร้างแรงกระเพื่อมให้แก่ระบบระหว่างประเทศเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะด้านการดำเนินนโยบายต่างประเทศและด้านเศรษฐกิจ

 

 

รวมถึงการกลับมามีบทบาทสำคัญของพรรคฝ่ายขวาจัด (AfD) ในเยอรมนี ที่สามารถคว้าที่นั่งหวนคืนสู่รัฐสภาได้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นต้นมา แม้พรรคสหภาพประชาธิปไตยคริสเตียน (CDU) ของนางอังเกลา แมร์เคิล จะยังคงกุมเสียงข้างมากไว้ได้ และชัยชนะของนายเซบาสเตียน คูร์ซ ผู้นำฝ่ายขวาที่กำลังจะก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำออสเตรียคนใหม่ในช่วงต้นปีหน้า พร้อมด้วยภาพลักษณ์ของคนรุ่นใหม่ด้วยวัยเพียง 31 ปี ซึ่งจะทำให้เขากลายเป็นนายกรัฐมนตรีที่อายุน้อยที่สุดในโลกคนล่าสุด ซึ่งส่งผลให้ภาพรวมของการเมืองโลกดูเอียงขวามากยิ่งขึ้น แม้ว่าผู้นำของกลุ่มฝ่ายขวาอย่างนางมารีน เลอ แปน และนายกีรต์ ไวล์เดอร์ส จะพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งระดับชาติในฝรั่งเศสและเนเธอร์แลนด์ก็ตาม

 

 

นอกจากนี้เรายังเห็นความพยายามของกลุ่มชาตินิยมต่างๆ ทั่วโลกที่เคลื่อนไหวเพื่อเรียกร้องเอกราชหรือเพิ่มอำนาจการปกครองให้แก่ดินแดนของตน โดยใช้ความรุนแรงและวิธีตามแบบฉบับของประชาธิปไตยอย่างการหยั่งเสียงลงประชามติ (ทั้งที่เป็นทางการและไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย) ไม่ว่าจะเป็นในสกอตแลนด์, เคอร์ดิสถาน, บางแคว้นในอิตาลี, 3 รัฐทางใต้ของบราซิล และโดยเฉพาะพื้นที่อย่างแคว้นกาตาลุญญาที่กลายเป็นประเด็นร้อนตลอดช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ถึงแม้ว่าในหลายพื้นที่จะยังไม่สามารถประกาศตัวเป็นรัฐเอกราชได้อย่างสมบูรณ์ แต่พวกเขาก็ได้สร้างแรงกระเพื่อมและขยับเข้าใกล้จุดมุ่งหมายดังกล่าวเข้าไปทุกที ไม่แน่ว่าเราอาจจะได้เห็นประเทศสมาชิกเกิดใหม่ของประชาคมโลกอีกหลายสิบประเทศในอนาคตอันใกล้นี้

 

 

วิกฤตการณ์นิวเคลียร์และความตึงเครียดบนคาบสมุทรเกาหลี

บุคลิกที่ยากจะคาดเดาได้ของทั้งโดนัลด์ ทรัมป์ และคิมจองอึน ผู้นำสูงสุดรุ่นที่ 3 ของเกาหลีเหนือ ทำให้สถานการณ์ความตึงเครียดเกี่ยวกับการครอบครองขีปนาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือคุกรุ่นและร้อนระอุมากยิ่งขึ้นตลอดทั้งปี โดยหลายฝ่ายเกรงว่าสงครามน้ำลายและการซ้อมรบร่วมกันกับบรรดาชาติพันธมิตรจะพัฒนากลายเป็นชนวนเหตุของการชิงโจมตีก่อน และนำไปสู่การทำสงครามนิวเคลียร์ในที่สุด

 
จากการเก็บสถิติและข้อมูลของ CNS/NTI เปิดเผยว่า ในปี 2017 ที่ผ่านมา เกาหลีเหนือทดสอบขีปนาวุธและอาวุธนิวเคลียร์รวมกันอย่างน้อย 16 ครั้ง มากกว่า 20 ลูก และในจำนวนนี้เป็นขีปนาวุธข้ามทวีป (ICBM) ที่มีพิสัยไกลกว่า 5,500 กิโลเมตร (ถึงแผ่นดินสหรัฐฯ) ถึง 3 ลูกด้วยกัน ซึ่งชี้ให้เห็นว่าเกาหลีเหนือได้ขยับเข้าใกล้สถานะของการเป็นรัฐนิวเคลียร์ตามที่พวกเขากล่าวอ้างแล้ว ส่งผลให้โอกาสในการเกิดสงครามนิวเคลียร์ระหว่างสหรัฐฯ และบรรดาชาติพันธมิตรกับกองทัพโสมแดงเพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย
 
ทั้งนี้เกาหลีเหนือเองก็คงไม่ยินยอมที่จะยุติการเดินหน้าพัฒนาและครอบครองขีปนาวุธนิวเคลียร์โดยง่ายอย่างแน่นอน เนื่องจากตัวผู้นำเห็นว่านี่คือเครื่องมือต่อรองกับชาติมหาอำนาจที่ทรงพลังที่สุดที่จะปกป้องระบอบและผลประโยชน์สูงสุดของเกาหลีเหนือไว้ได้ ในขณะเดียวกัน คิมจองอึนก็เห็นบทเรียนของอดีตผู้นำประเทศที่ยอมจำนนต่อสหรัฐฯ อย่างซัดดัม ฮุสเซน ในอิรัก และมูอัมมาร์ กัดดาฟี ของลิเบีย ที่นำไปสู่จุดจบของชีวิตในที่สุด ประชาคมโลกจะร่วมกันแก้ไขวิกฤตการณ์ครั้งนี้อย่างไรในวันที่ความมั่นคงระหว่างประเทศถูกสั่นคลอนครั้งแล้วครั้งเล่า
  

แม้รักกาและโมซุลจะสงบลง แต่เหตุก่อการร้ายยังเพิ่มขึ้นทั่วโลก

สงครามในหลายพื้นที่ยังคงดำเนินต่อไป และอัตราการก่อการร้ายที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นทั่วโลก หนึ่งในภูมิภาคที่เกิดสงครามความขัดแย้งมากที่สุดคงหนีไม่พ้นตะวันออกกลาง ทั้งปัญหาภายในประเทศทับซ้อนกับการก่อการร้าย ลุกลามบานปลายกลายเป็นสงครามระหว่างประเทศขนาดย่อมที่บรรดามหาอำนาจและชาติพันธมิตรต่างเข้าร่วมสงคราม ไม่ว่าจะเป็นสงครามความขัดแย้งในซีเรีย การต่อสู้กับขบวนการรัฐอิสลาม (กลุ่มไอเอส) ที่พยายามจะแย่งชิงพื้นที่และสถาปนารัฐอิสลามขึ้นภายในภูมิภาค ก่อนที่จะกระจายตัวไปยังภูมิภาคต่างๆ อย่างในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะในมาราวีของฟิลิปปินส์

 


 

ถึงแม้ว่ากองกำลังอิรักจะสามารถยึดครองดินแดนคืนมาและประกาศชัยชนะเหนือกลุ่มไอเอสได้ในฐานที่มั่นสำคัญอย่างรักกาในซีเรีย และโมซุลในบังกลาเทศ แต่อุดมการณ์และชุดความคิดของการก่อการร้ายจะยังคงถูกส่งต่อและเชื้อเชิญผู้ที่เห็นด้วยกับแนวทางดังกล่าวให้ลงมือปฏิบัติตามผ่านการรับสารจากช่องทางอินเทอร์เน็ตและสื่อออนไลน์ต่างๆ

 

 

ในขณะที่ประเทศแถบยุโรปก็ไม่น้อยหน้า เกิดเหตุก่อการร้ายเพิ่มสูงขึ้นตลอดทั้งปีที่ผ่านมา เกิดรูปแบบการก่อการร้ายที่นิยมลงมือคนเดียว (Lone wolf) โดยใช้ยานพาหะอย่าง ‘รถตู้’ เป็นเครื่องมือสำคัญในการลงมือก่อเหตุ รวมถึงใช้มีดและอาวุธปืนไล่กราดยิงและทำร้ายผู้บริสุทธิ์ เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก หนึ่งในนั้นคือเหตุกราดยิงผู้คนในเทศกาลดนตรีที่นครลาสเวกัสเมื่อช่วงต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตสูงถึง 59 คน และมีผู้ได้รับบาดเจ็บกว่า 546 คน นับเป็นเหตุสะเทือนขวัญครั้งใหญ่ที่สุดเหตุการณ์หนึ่งในประวัติศาสตร์ของชาติมหาอำนาจอย่างสหรัฐฯ เลยทีเดียว

 

สิ่งที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นว่ารัฐกำลังเผชิญหน้ากับตัวแสดงที่ไม่ใช่รัฐ (Non-State Actors) เช่น กลุ่มก่อการร้ายที่มีความซับซ้อน หรือกลุ่มหัวรุนแรง โดยเฉพาะในยุคโลกาภิวัตน์ที่เกิดการกระชับแน่นของคน เวลา ทุน และสถานที่ พร้อมท้าทายอำนาจที่มีอยู่ของรัฐในการจัดการกับปัญหานี้มากยิ่งขึ้น
 

 

วิกฤตการณ์ผู้ลี้ภัยและผู้อพยพ

อีกหนึ่งสถานการณ์ที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องและสะท้อนความโกลาหลได้เป็นอย่างดีคือวิกฤตการณ์ผู้ลี้ภัยและผู้อพยพ อันเป็นผลพวงมาจากปัญหาสงครามและความรุนแรงที่เกิดขึ้นทั่วโลก โดยเฉพาะในตะวันออกกลาง ก่อให้เกิดกระแสผู้ลี้ภัยไหลทะลักเข้าไปยังยุโรปเป็นจำนวนมาก จากตัวเลขสถิติของ UNHCR พบว่า ปัจจุบันพลเมืองโลกที่ถูกบังคับให้ย้ายถิ่นฐานกว่า 65.6 ล้านคน ในจำนวนนี้กว่า 22.5 ล้านคนเป็นผู้ลี้ภัย ซึ่งส่วนใหญ่เดินทางมาจากซีเรีย อัฟกานิสถาน และซูดานใต้ ยังไม่นับรวมกลุ่มคนไร้รัฐ (Stateless People) อีกกว่า 10 ล้านคนทั่วโลก

 

 

ยิ่งไปกว่านั้น การใช้มาตรการความรุนแรงกวาดล้างชาวโรฮีนจาที่อาศัยอยู่ในประเทศเพื่อนบ้านของเราอย่างเมียนมา บริเวณรัฐยะไข่ เมื่อช่วงเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ปะทุออกมากลายเป็นกระแสวิกฤตโรฮีนจาที่ประชาคมโลกจับตามอง ตลอดระยะเวลากว่า 5 เดือนที่ผ่านมา มีชาวโรฮีนจามากกว่า 626,000 คน เดินทางอพยพไปยังบังกลาเทศ ชุมชนและบ้านเรือนของพวกเขาถูกเผาทำลายเสียหายเกือบหมด เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์สั่นคลอนแรงศรัทธาที่มีต่อนางออง ซาน ซูจี ผู้นำคนสำคัญของเมียนมา ที่ต่อสู้เพื่อความความเป็นประชาธิปไตยในบ้านเกิดของเธอมาโดยตลอด จนหลายฝ่ายตั้งคำถามว่าเธอเหมาะสมแค่ไหนกับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพที่เคยได้รับ รวมถึงแท้จริงแล้วเธอมีอำนาจในการตัดสินใจและบริหารประเทศมากน้อยแค่ไหนกันแน่ และถ้าหากสงครามและความรุนแรงยังคงถูกขับเคลื่อนต่อไป วิกฤตการณ์ของผู้ลี้ภัยและผู้อพยพนี้จะรุนแรงมากขึ้นอย่างไม่ต้องสงสัย

 

 

สหรัฐฯ ขอถอนตัวออกจากการเป็นภาคีความตกลงปารีส

ด้านสิ่งแวดล้อมโลกก็ปั่นป่วนไม่น้อย หลังประเทศมหาอำนาจที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สู่ชั้นบรรยากาศมากที่สุดในโลกเป็นอันดับที่ 2 รองจากจีนอย่างสหรัฐฯ ขอถอนตัวออกจากการเป็นภาคีความตกลงปารีส (Paris Agreement) ที่มีเป้าหมายต่อสู้กับภาวะโลกร้อนและสนับสนุนการพัฒนาที่ยั่งยืนเพื่อคนรุ่นต่อไปในอนาคต ซึ่งนับเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญของประวัติศาสตร์ที่ประชาคมโลกเกือบ 200 ประเทศยอมอยู่ภายใต้กรอบข้อตกลงเดียวกัน

 

 

ในปัจจุบัน สหรัฐฯ เป็นชาติสมาชิกของสหประชาชาติเพียงชาติเดียวที่แสดงจุดยืนไม่เห็นด้วยกับความตกลงดังกล่าว หลังนิการากัวและลิเบียตัดสินใจยอมปฏิบัติตามความตกลงและตระหนักถึงความจำเป็นในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพื่อแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งการขอถอนตัวของสหรัฐฯ ในครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อโอกาสในการบรรลุเป้าหมายของความตกลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และในขณะเดียวกันก็เป็นการเปิดพื้นที่ให้แก่มหาอำนาจอื่นๆ อย่างเช่น จีน และรัสเซีย ให้มีบทบาทในเวทีโลกมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

 

ตลอดปีที่ผ่านมา สถานการณ์ด้านสิ่งแวดล้อมโลกไม่ค่อยสู้ดีนัก ราวกับธรรมชาติกำลังต้องการจะทวงบางสิ่งอย่างบางอย่างกลับคืน ดังจะเห็นได้จากภัยพิบัติทางธรรมชาติที่รุนแรงและบ่อยครั้งมากยิ่งขึ้น ทั้งไฟป่า วาตภัย อุทกภัย แผ่นดินไหว ดินโคลนถล่ม รวมถึงภูเขาไฟระเบิด ซึ่งท้าทายระบบการจัดการภัยพิบัติของประเทศต่างๆ อยู่ไม่น้อย
 
โดยเฉพาะเมื่อช่วงเดือนสิงหาคมถึงกันยายนที่ผ่านมา เกิดพายุลูกใหญ่ถึง 4 ลูกในระยะเวลา 2-3 สัปดาห์ พัดถล่มบริเวณชายฝั่งของสหรัฐฯ รวมถึงประเทศหมู่เกาะต่างๆ ในทะเลแคริบเบียน จนอาคารบ้านเรือนและสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานต่างๆ ถูกทำลายเกือบหมด หนึ่งในนั้นคือพายุเฮอร์ริเคนเออร์มาร์ที่มีความเร็วลมสูงถึง 295 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งนับว่าเป็นพายุหมุนที่มีความเร็วลมสูงที่สุดในรอบสิบกว่าปี นับตั้งแต่พายุเฮอร์ริเคนวิลมาเมื่อปี 2005 ในขณะที่แผ่นดินไหวครั้งใหญ่บริเวณพรมแดนอิรักและอิหร่าน และแผ่นดินไหวในเม็กซิโก ก็มียอดผู้เสียชีวิตมากที่สุดในปีนี้ถึง 540 คน และ 370 คนตามลำดับ
 

 

ความปั่นป่วนวุ่นวายของบรรดารัฐอาหรับ

วิกฤตกาตาร์ที่ปะทุขึ้นเมื่อช่วงต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาสะท้อนถึงความสัมพันธ์ของบรรดา 6 รัฐอาหรับกับกาตาร์ที่ดำเนินไปจนถึงจุดต่ำสุด ถึงขั้นประกาศตัดความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกัน หลังประเทศพี่ใหญ่ นำโดยซาอุดีอาระเบีย อ้างว่ากาตาร์เป็นประเทศตัวการที่บ่อนทำลายเสถียรภาพและความมั่นคงภายในภูมิภาค พร้อมทั้งสนับสนุนกลุ่มก่อการร้าย ค่านิยมสุดโต่ง และร่วมมือกับรัฐอันธพาลอย่างอิหร่าน

 

 

จนนำไปสู่การดำเนินมาตรการกดดันและเรียกร้องให้กาตาร์ยอมปฏิบัติตามข้อเรียกร้องต่างๆ เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ โดยหนึ่งในจำนวนนั้นคือ การตัดความสัมพันธ์กับกลุ่มภราดรภาพมุสลิม ซึ่งเป็นกลุ่มต้องห้ามของประเทศอื่นๆ ภายในภูมิภาค รวมถึงต้องยุติการสนับสนุน (ปิดกิจการ) สำนักข่าวอัลจาซีราและสื่อย่อยอื่นๆ

 

นับเป็นวิกฤตทางการทูตครั้งรุนแรงที่สุดของอ่าวอาหรับในรอบหลายทศวรรษ แม้ผู้นำกาตาร์จะยืนยันว่าข้อกล่าวหาดังกล่าวไม่เป็นความจริง พร้อมทั้งยังจะสนับสนุนสำนักข่าวอัลจาซีรา ผู้มีบทบาทสำคัญในการรายงานสถานการณ์เหตุลุกฮือต่อต้านรัฐบาลของประชาชนในช่วงอาหรับสปริงนี้ต่อไป เนื่องจากเขาเชื่อว่าสื่อสำนักนี้จะเปิดพื้นที่ให้เกิดการถกเถียงทางการเมือง นำความทันสมัยและความเปลี่ยนแปลงในทางบวกมาสู่ภูมิภาคแห่งนี้ โดยการ์ตาพร้อมเดินหน้าเจรจาหาทางออกร่วมกัน
 

 

นอกจากวิกฤตกาตาร์แล้ว การเปลี่ยนแปลงภายในประเทศพี่ใหญ่อย่างซาอุดีอาระเบียก็สำคัญไม่แพ้กัน หลังเจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมารพระองค์ใหม่ เร่งเดินหน้าปฏิรูปประเทศและปราบปรามคอร์รัปชัน สั่งควบคุมตัวเจ้าชายถึง 11 พระองค์ พร้อมบุคคลสำคัญท่านอื่นๆ ที่อาจมีส่วนพัวพันกับการทุจริต เพื่อสอบปากคำ ก่




ที่มา : https://thestandard.co/2017-year-of-confusion-world/
TAG : โลก  2017  ความโกลาหล 


บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ
เจ้าหญิงมาโกะ เตรียมสละฐานันดรศักดิ์ เสกสมรสสามัญชน
เจ้าหญิงมาโกะสละฐานันดรศักดิ์ กลายเป็นสามัญชน เพื่อ เสกสมรสกับหนุ่มสามัญชนที่เป็นอดีตพระสหายร่วมชั้นเรียน
เจ้าหญิงมาโกะ  สละฐานันดรศักดิ์  เสกสมรสสามัญชน 
63 ครั้ง 5 กันยายน 2560
แฟนคลับช็อก จงฮยอน แห่งวง SHINee เสียชีวิตในบ้านพัก
คิม จงฮยอน ถูกพบนอนเสียชีวิตอยู่ในบ้านพักย่านชองดัมดง
แฟนคลับ  จงฮยอน  SHINee 
54 ครั้ง 20 ธันวาคม 2560
พ่อค้าผวา ไอ้วุธ ฆ่าหั่น เมย์ สุดเยือกเย็นซื้อข้าวฝากศพ ซ้ำตีเนียนชมกินอร่อย
จากเหตุการณ์สะเทือนขวัญ พบศพหญิงสาวถูกฆ่าหั่นศพแยกเป็น 14 ชิ้น
ไอ้วุธ  ฆ่าหั่นศพ 
26 ครั้ง 29 มิถุนายน 2561
ฮอตไม่แพ้พระเอก "ปั้นจั่น ปรมะ" บุพเพสันนิวาส ไปไหนก็มีแต่คนเรียก "หมื่นเรือง"
ความฮอตจาก "บุพเพสันนิวาส" คุณพี่หมื่นเรือง ก็ฮอตไม่น้อยหน้าใคร เรียกว่าทำเอานักแสดงหนุ่มนิสัย "ปั้นจั่น-ปรมะ อิ่มอโนทัย"
บุพเพสันนิวาส  หมื่นเรือง  ปั้นจั่น 
49 ครั้ง 18 มีนาคม 2561
วิธีทำให้เท้าขาวทำไง ? มาดู 9 สูตรธรรมชาติที่ช่วยให้เท้าขาวแบบรวดเร็วทันใจ
วิธีทำให้เท้าขาวไม่แพ้ผิวหน้าและผิวกาย มีเคล็ดลับง่าย ๆ ซึ่งจะมีสูตรเด็ดอะไรบ้าง ตามมาดูกันเลย
เท้าขาว  สูตรธรรมชาติ 
117 ครั้ง 23 กันยายน 2560
พี่สาวเจ้าบ่าว เปิดศึกโต้กลับ เชื่อพ่อแม่เจ้าสาว 15 เล่นแง่..ทำทีวิวาห์ล่ม หวังเรียกเงิน
พี่สาวเจ้าบ่าววัย 17 อ้างทำทุกวิถีทางแล้วเพื่อหาเงินสินสอดไปรับผิดชอบ แต่ทางฝ่ายเจ้าสาวกลับไม่ยอม ยืนยันจะแจ้งความ เชื่อต้องการให้งานล่ม เพื่อจะเรียกร อ่านต่อ...
วิวาห์ล่ม 
101 ครั้ง 30 กันยายน 2560
ส่องปาร์ตี้ แหวนแหวน เรียนจบฮาร์วาร์ด กองทัพดาราจัดเต็มร่วมฉลองความสำเร็จ
แหวนแหวน ปวริศา จัดปาร์ตี้ฉลองเรียนจบ ม.ฮาร์วาร์ด รวมดารา-นางเอกแถวหน้ามากมาย อาทิ ญาญ่า อุรัสยา, ขวัญ อุษามณี และอีกคับคั่งที่แต่งตัวจัดเต็มมาร่วมงาน
แหวนแหวน ปวริศา  ปาร์ตี้ฉลองเรียนจบ  ปาร์ตี้  ม.ฮาร์วาร์ด  นางเอก  ญาญ่า อุรัสยา  ขวัญ อุษามณี 
194 ครั้ง 20 กุมภาพันธ์ 2561
ล่าตัวกลุ่มนักตกปลาเอิ๊กอ๊าก ทารุณใช้เรือเร่งความเร็วลากฉลามตาย (คลิป)
เมื่อวันที่ 26 ก.ค. เดลี่เมล์รายงานว่าทางการรัฐฟลอริดาในสหรัฐอเมริกากำลังหาข้อมูลสอบสวนนักตกปลากลุ่มหนึ่งหลังจากมีการปล่อยคลิปวิดีโอที่เผยให้เห็นฉลามถ อ่านต่อ...
ล่าตัวกลุ่มนักตกปลาเอิ๊กอ๊าก  นักตกปลา ฉลามตาย ทารุณใช้เรือเร่งความเร็วลากฉลามตาย 
125 ครั้ง 27 กรกฏาคม 2560
คลายสงสัย...พระเมรุมาศ หลังเสร็จสิ้นพระราชพิธีฯ รื้อแล้วนำไปไหน ?
หายสงสัย รื้อพระเมรุมาศ แล้วชิ้นส่วนการรื้อถอนเอาไปทำอะไร ความจริงที่คนไทยยังไม่รู้ บางส่วนถูกรื้อถอนไปถวายวัด เพื่อเป็นพระราชกุศลพระผู้เสด็จสู่สวรรคา อ่านต่อ...
พระเมรุมาศ  พิพิธภัณฑ์ 
295 ครั้ง 8 พฤศจิกายน 2560
สวยปังขึ้นมาก! ‘น้องบิวตี้’นักแสดงสาว‘แหยมยโสธร 3’ ที่ตอนนี้น่ารักแถมเป๊ะเวอร์
หากใครเคยดูภาพยนตร์ไทยชื่อดังอย่าง ‘แหยมยโสธร 3’ คงต้องคุ้นหน้าคุ้นตากับ ‘น้องบิวตี้ รัตติยาภรณ์’ ที่รับบทเป็น ‘รำเพย’ ลูกสาวกำนันปอยนั่นเอง
น้องบิวตี้ รัตติยาภรณ์ แหยมยโสธร 3 ภาพยนตร์ไทย นักแสดงสาว 
551 ครั้ง 7 กรกฏาคม 2560
  ดูละครย้อนหลัง รายการข่าวย้อนหลัง รายการทีวีย้อนหลัง
กลับขึ้นด้านบน