• Facebook Connect
บทความ Update
24 มิ.ย. 2561 ญี่ปุ่นเตรียมสร้างรูปปั้น “ลูฟี่” หลังผู้เขียน “วันพีซ” บริจาค 800 ล้านเยน ช่วยเหตุแผ่นดินไหว       24 มิ.ย. 2561 "OPPO" เปิดตัว "OPPO Find X" สมาร์ทโฟนที่มาพร้อมกล้องแบบ Pop-up ทั้งหน้าและหลัง       24 มิ.ย. 2561 "แบงก์ชาติ" เผยเคล็ดลับลดดอกเบี้ยผ่อนบ้านได้เป็นล้านบาท       24 มิ.ย. 2561 "เก้า สุภัสสรา" ทำเอาชาวเน็ต แทบไม่ได้มองวิวทะเลกันเลย       24 มิ.ย. 2561 วอนอย่าหลงเชื่อข่าวลือ "ครูปรีชา" ยันไม่ได้ถูกสั่งย้ายเพราะคดีหวย 30 ล้าน       24 มิ.ย. 2561 เริ่มใช้บัตรแมงมุม 23 มิ.ย.นี้นำร่องรถไฟฟ้าสายสีม่วง-สีน้ำเงิน       24 มิ.ย. 2561 วิธีเล่นกับลูก กระตุ้นพัฒนาการลูกน้อย วัยแรกเกิด - 18 เดือน       24 มิ.ย. 2561 AMD ประกาศเป็นพาร์ทเนอร์ 3 เกมดังจากงาน E3 2018       24 มิ.ย. 2561 "นิวซีแลนด์" เตรียมรีดภาษีนักท่องเที่ยว เริ่มปีหน้า หวั่นธรรมชาติโทรม       24 มิ.ย. 2561 สวยแซ่บมาก "มารีน่า" น้องสาวมาร์กี้ ใส่บิกินี่สีแดง      
หมวดหมู่
หมวดหมู่ ตัวอย่างหนังใหม่
หมวดหมู่ ไฮไลท์ฟุตบอล
หมวดหมู่ ละครไทย
หมวดหมู่ วาไรตี้ เกมส์โชว์
หมวดหมู่ ข่าว
หมวดหมู่ การ์ตูน
หมวดหมู่ ท่องเที่ยว
หมวดหมู่ ซีรีย์ ฝรั่ง
หมวดหมู่ ซีรีย์ ญี่ปุ่น
หมวดหมู่ ซี่รีย์ จีน ไต้หวัน
หมวดหมู่ ซีรีย์ เกาหลี
หมวดหมู่ ความรู้ สารคดี
หมวดหมู่ ธุรกิจ การลงทุน
หมวดหมู่ บ้าน ที่พักอาศัย
หมวดหมู่ ยานยนต์
หมวดหมู่ เรียนภาษาต่างประเทศ
หมวดหมู่ เรื่อง ลึกลับ ลี้ลับ
หมวดหมู่ กีฬา
หมวดหมู่ สุขภาพ อาหาร ความงาม
หมวดหมู่ Youtube
หมวดหมู่ หนังสั้น
 
  • ละคร พระพุทธเจ้ามหาศาสดาโลก
     โลกปี 2017 คือปีแห่ง ‘ความโกลาหล’ ที่ยังวุ่นวายไม่จบสิ้น

โลกปี 2017 คือปีแห่ง ‘ความโกลาหล’ ที่ยังวุ่นวายไม่จบสิ้น


ตลอดปี 2017 ที่ผ่านมา เฝ้าติดตามสถานการณ์ต่างๆ ในแวดวงต่างประเทศอย่างใกล้ชิด และมีเหตุการณ์สำคัญจำนวนไม่น้อยที่สร้างปรากฏการณ์และแรงกระเพื่อมให้เกิดขึ้นในประชาคมโลก ซึ่งภาพรวมส่วนใหญ่ยังคงเต็มไปด้วยความขัดแย้ง

 

THE STANDARD จึงขอยกให้ภาพรวมต่างประเทศในปี 2017 เป็นปีแห่ง ‘ความโกลาหล’ ที่ยังคงวุ่นวายต่อเนื่องมาจากปี 2016
 

 

การเคลื่อนไหวของกลุ่มฝ่ายขวาและชาตินิยมทั่วโลก

เราเริ่มต้นปีด้วยชัยชนะจากการเลือกตั้งของกลุ่มฝ่ายขวาและการเคลื่อนไหวของกลุ่มชาตินิยมต่างๆ ทั่วโลกลากยาวมาตลอดทั้งปี นับตั้งแต่พิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีของนายโดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อเดือนมกราคม ปี 2017 และผลประชามติที่สนับสนุนให้สหราชอาณาจักรถอนตัวออกจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป (Brexit) ได้สร้างแรงกระเพื่อมให้แก่ระบบระหว่างประเทศเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะด้านการดำเนินนโยบายต่างประเทศและด้านเศรษฐกิจ

 

 

รวมถึงการกลับมามีบทบาทสำคัญของพรรคฝ่ายขวาจัด (AfD) ในเยอรมนี ที่สามารถคว้าที่นั่งหวนคืนสู่รัฐสภาได้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นต้นมา แม้พรรคสหภาพประชาธิปไตยคริสเตียน (CDU) ของนางอังเกลา แมร์เคิล จะยังคงกุมเสียงข้างมากไว้ได้ และชัยชนะของนายเซบาสเตียน คูร์ซ ผู้นำฝ่ายขวาที่กำลังจะก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำออสเตรียคนใหม่ในช่วงต้นปีหน้า พร้อมด้วยภาพลักษณ์ของคนรุ่นใหม่ด้วยวัยเพียง 31 ปี ซึ่งจะทำให้เขากลายเป็นนายกรัฐมนตรีที่อายุน้อยที่สุดในโลกคนล่าสุด ซึ่งส่งผลให้ภาพรวมของการเมืองโลกดูเอียงขวามากยิ่งขึ้น แม้ว่าผู้นำของกลุ่มฝ่ายขวาอย่างนางมารีน เลอ แปน และนายกีรต์ ไวล์เดอร์ส จะพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งระดับชาติในฝรั่งเศสและเนเธอร์แลนด์ก็ตาม

 

 

นอกจากนี้เรายังเห็นความพยายามของกลุ่มชาตินิยมต่างๆ ทั่วโลกที่เคลื่อนไหวเพื่อเรียกร้องเอกราชหรือเพิ่มอำนาจการปกครองให้แก่ดินแดนของตน โดยใช้ความรุนแรงและวิธีตามแบบฉบับของประชาธิปไตยอย่างการหยั่งเสียงลงประชามติ (ทั้งที่เป็นทางการและไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย) ไม่ว่าจะเป็นในสกอตแลนด์, เคอร์ดิสถาน, บางแคว้นในอิตาลี, 3 รัฐทางใต้ของบราซิล และโดยเฉพาะพื้นที่อย่างแคว้นกาตาลุญญาที่กลายเป็นประเด็นร้อนตลอดช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ถึงแม้ว่าในหลายพื้นที่จะยังไม่สามารถประกาศตัวเป็นรัฐเอกราชได้อย่างสมบูรณ์ แต่พวกเขาก็ได้สร้างแรงกระเพื่อมและขยับเข้าใกล้จุดมุ่งหมายดังกล่าวเข้าไปทุกที ไม่แน่ว่าเราอาจจะได้เห็นประเทศสมาชิกเกิดใหม่ของประชาคมโลกอีกหลายสิบประเทศในอนาคตอันใกล้นี้

 

 

วิกฤตการณ์นิวเคลียร์และความตึงเครียดบนคาบสมุทรเกาหลี

บุคลิกที่ยากจะคาดเดาได้ของทั้งโดนัลด์ ทรัมป์ และคิมจองอึน ผู้นำสูงสุดรุ่นที่ 3 ของเกาหลีเหนือ ทำให้สถานการณ์ความตึงเครียดเกี่ยวกับการครอบครองขีปนาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือคุกรุ่นและร้อนระอุมากยิ่งขึ้นตลอดทั้งปี โดยหลายฝ่ายเกรงว่าสงครามน้ำลายและการซ้อมรบร่วมกันกับบรรดาชาติพันธมิตรจะพัฒนากลายเป็นชนวนเหตุของการชิงโจมตีก่อน และนำไปสู่การทำสงครามนิวเคลียร์ในที่สุด

 
จากการเก็บสถิติและข้อมูลของ CNS/NTI เปิดเผยว่า ในปี 2017 ที่ผ่านมา เกาหลีเหนือทดสอบขีปนาวุธและอาวุธนิวเคลียร์รวมกันอย่างน้อย 16 ครั้ง มากกว่า 20 ลูก และในจำนวนนี้เป็นขีปนาวุธข้ามทวีป (ICBM) ที่มีพิสัยไกลกว่า 5,500 กิโลเมตร (ถึงแผ่นดินสหรัฐฯ) ถึง 3 ลูกด้วยกัน ซึ่งชี้ให้เห็นว่าเกาหลีเหนือได้ขยับเข้าใกล้สถานะของการเป็นรัฐนิวเคลียร์ตามที่พวกเขากล่าวอ้างแล้ว ส่งผลให้โอกาสในการเกิดสงครามนิวเคลียร์ระหว่างสหรัฐฯ และบรรดาชาติพันธมิตรกับกองทัพโสมแดงเพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย
 
ทั้งนี้เกาหลีเหนือเองก็คงไม่ยินยอมที่จะยุติการเดินหน้าพัฒนาและครอบครองขีปนาวุธนิวเคลียร์โดยง่ายอย่างแน่นอน เนื่องจากตัวผู้นำเห็นว่านี่คือเครื่องมือต่อรองกับชาติมหาอำนาจที่ทรงพลังที่สุดที่จะปกป้องระบอบและผลประโยชน์สูงสุดของเกาหลีเหนือไว้ได้ ในขณะเดียวกัน คิมจองอึนก็เห็นบทเรียนของอดีตผู้นำประเทศที่ยอมจำนนต่อสหรัฐฯ อย่างซัดดัม ฮุสเซน ในอิรัก และมูอัมมาร์ กัดดาฟี ของลิเบีย ที่นำไปสู่จุดจบของชีวิตในที่สุด ประชาคมโลกจะร่วมกันแก้ไขวิกฤตการณ์ครั้งนี้อย่างไรในวันที่ความมั่นคงระหว่างประเทศถูกสั่นคลอนครั้งแล้วครั้งเล่า
  

แม้รักกาและโมซุลจะสงบลง แต่เหตุก่อการร้ายยังเพิ่มขึ้นทั่วโลก

สงครามในหลายพื้นที่ยังคงดำเนินต่อไป และอัตราการก่อการร้ายที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นทั่วโลก หนึ่งในภูมิภาคที่เกิดสงครามความขัดแย้งมากที่สุดคงหนีไม่พ้นตะวันออกกลาง ทั้งปัญหาภายในประเทศทับซ้อนกับการก่อการร้าย ลุกลามบานปลายกลายเป็นสงครามระหว่างประเทศขนาดย่อมที่บรรดามหาอำนาจและชาติพันธมิตรต่างเข้าร่วมสงคราม ไม่ว่าจะเป็นสงครามความขัดแย้งในซีเรีย การต่อสู้กับขบวนการรัฐอิสลาม (กลุ่มไอเอส) ที่พยายามจะแย่งชิงพื้นที่และสถาปนารัฐอิสลามขึ้นภายในภูมิภาค ก่อนที่จะกระจายตัวไปยังภูมิภาคต่างๆ อย่างในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะในมาราวีของฟิลิปปินส์

 


 

ถึงแม้ว่ากองกำลังอิรักจะสามารถยึดครองดินแดนคืนมาและประกาศชัยชนะเหนือกลุ่มไอเอสได้ในฐานที่มั่นสำคัญอย่างรักกาในซีเรีย และโมซุลในบังกลาเทศ แต่อุดมการณ์และชุดความคิดของการก่อการร้ายจะยังคงถูกส่งต่อและเชื้อเชิญผู้ที่เห็นด้วยกับแนวทางดังกล่าวให้ลงมือปฏิบัติตามผ่านการรับสารจากช่องทางอินเทอร์เน็ตและสื่อออนไลน์ต่างๆ

 

 

ในขณะที่ประเทศแถบยุโรปก็ไม่น้อยหน้า เกิดเหตุก่อการร้ายเพิ่มสูงขึ้นตลอดทั้งปีที่ผ่านมา เกิดรูปแบบการก่อการร้ายที่นิยมลงมือคนเดียว (Lone wolf) โดยใช้ยานพาหะอย่าง ‘รถตู้’ เป็นเครื่องมือสำคัญในการลงมือก่อเหตุ รวมถึงใช้มีดและอาวุธปืนไล่กราดยิงและทำร้ายผู้บริสุทธิ์ เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก หนึ่งในนั้นคือเหตุกราดยิงผู้คนในเทศกาลดนตรีที่นครลาสเวกัสเมื่อช่วงต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตสูงถึง 59 คน และมีผู้ได้รับบาดเจ็บกว่า 546 คน นับเป็นเหตุสะเทือนขวัญครั้งใหญ่ที่สุดเหตุการณ์หนึ่งในประวัติศาสตร์ของชาติมหาอำนาจอย่างสหรัฐฯ เลยทีเดียว

 

สิ่งที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นว่ารัฐกำลังเผชิญหน้ากับตัวแสดงที่ไม่ใช่รัฐ (Non-State Actors) เช่น กลุ่มก่อการร้ายที่มีความซับซ้อน หรือกลุ่มหัวรุนแรง โดยเฉพาะในยุคโลกาภิวัตน์ที่เกิดการกระชับแน่นของคน เวลา ทุน และสถานที่ พร้อมท้าทายอำนาจที่มีอยู่ของรัฐในการจัดการกับปัญหานี้มากยิ่งขึ้น
 

 

วิกฤตการณ์ผู้ลี้ภัยและผู้อพยพ

อีกหนึ่งสถานการณ์ที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องและสะท้อนความโกลาหลได้เป็นอย่างดีคือวิกฤตการณ์ผู้ลี้ภัยและผู้อพยพ อันเป็นผลพวงมาจากปัญหาสงครามและความรุนแรงที่เกิดขึ้นทั่วโลก โดยเฉพาะในตะวันออกกลาง ก่อให้เกิดกระแสผู้ลี้ภัยไหลทะลักเข้าไปยังยุโรปเป็นจำนวนมาก จากตัวเลขสถิติของ UNHCR พบว่า ปัจจุบันพลเมืองโลกที่ถูกบังคับให้ย้ายถิ่นฐานกว่า 65.6 ล้านคน ในจำนวนนี้กว่า 22.5 ล้านคนเป็นผู้ลี้ภัย ซึ่งส่วนใหญ่เดินทางมาจากซีเรีย อัฟกานิสถาน และซูดานใต้ ยังไม่นับรวมกลุ่มคนไร้รัฐ (Stateless People) อีกกว่า 10 ล้านคนทั่วโลก

 

 

ยิ่งไปกว่านั้น การใช้มาตรการความรุนแรงกวาดล้างชาวโรฮีนจาที่อาศัยอยู่ในประเทศเพื่อนบ้านของเราอย่างเมียนมา บริเวณรัฐยะไข่ เมื่อช่วงเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ปะทุออกมากลายเป็นกระแสวิกฤตโรฮีนจาที่ประชาคมโลกจับตามอง ตลอดระยะเวลากว่า 5 เดือนที่ผ่านมา มีชาวโรฮีนจามากกว่า 626,000 คน เดินทางอพยพไปยังบังกลาเทศ ชุมชนและบ้านเรือนของพวกเขาถูกเผาทำลายเสียหายเกือบหมด เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์สั่นคลอนแรงศรัทธาที่มีต่อนางออง ซาน ซูจี ผู้นำคนสำคัญของเมียนมา ที่ต่อสู้เพื่อความความเป็นประชาธิปไตยในบ้านเกิดของเธอมาโดยตลอด จนหลายฝ่ายตั้งคำถามว่าเธอเหมาะสมแค่ไหนกับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพที่เคยได้รับ รวมถึงแท้จริงแล้วเธอมีอำนาจในการตัดสินใจและบริหารประเทศมากน้อยแค่ไหนกันแน่ และถ้าหากสงครามและความรุนแรงยังคงถูกขับเคลื่อนต่อไป วิกฤตการณ์ของผู้ลี้ภัยและผู้อพยพนี้จะรุนแรงมากขึ้นอย่างไม่ต้องสงสัย

 

 

สหรัฐฯ ขอถอนตัวออกจากการเป็นภาคีความตกลงปารีส

ด้านสิ่งแวดล้อมโลกก็ปั่นป่วนไม่น้อย หลังประเทศมหาอำนาจที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สู่ชั้นบรรยากาศมากที่สุดในโลกเป็นอันดับที่ 2 รองจากจีนอย่างสหรัฐฯ ขอถอนตัวออกจากการเป็นภาคีความตกลงปารีส (Paris Agreement) ที่มีเป้าหมายต่อสู้กับภาวะโลกร้อนและสนับสนุนการพัฒนาที่ยั่งยืนเพื่อคนรุ่นต่อไปในอนาคต ซึ่งนับเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญของประวัติศาสตร์ที่ประชาคมโลกเกือบ 200 ประเทศยอมอยู่ภายใต้กรอบข้อตกลงเดียวกัน

 

 

ในปัจจุบัน สหรัฐฯ เป็นชาติสมาชิกของสหประชาชาติเพียงชาติเดียวที่แสดงจุดยืนไม่เห็นด้วยกับความตกลงดังกล่าว หลังนิการากัวและลิเบียตัดสินใจยอมปฏิบัติตามความตกลงและตระหนักถึงความจำเป็นในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพื่อแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งการขอถอนตัวของสหรัฐฯ ในครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อโอกาสในการบรรลุเป้าหมายของความตกลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และในขณะเดียวกันก็เป็นการเปิดพื้นที่ให้แก่มหาอำนาจอื่นๆ อย่างเช่น จีน และรัสเซีย ให้มีบทบาทในเวทีโลกมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

 

ตลอดปีที่ผ่านมา สถานการณ์ด้านสิ่งแวดล้อมโลกไม่ค่อยสู้ดีนัก ราวกับธรรมชาติกำลังต้องการจะทวงบางสิ่งอย่างบางอย่างกลับคืน ดังจะเห็นได้จากภัยพิบัติทางธรรมชาติที่รุนแรงและบ่อยครั้งมากยิ่งขึ้น ทั้งไฟป่า วาตภัย อุทกภัย แผ่นดินไหว ดินโคลนถล่ม รวมถึงภูเขาไฟระเบิด ซึ่งท้าทายระบบการจัดการภัยพิบัติของประเทศต่างๆ อยู่ไม่น้อย
 
โดยเฉพาะเมื่อช่วงเดือนสิงหาคมถึงกันยายนที่ผ่านมา เกิดพายุลูกใหญ่ถึง 4 ลูกในระยะเวลา 2-3 สัปดาห์ พัดถล่มบริเวณชายฝั่งของสหรัฐฯ รวมถึงประเทศหมู่เกาะต่างๆ ในทะเลแคริบเบียน จนอาคารบ้านเรือนและสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานต่างๆ ถูกทำลายเกือบหมด หนึ่งในนั้นคือพายุเฮอร์ริเคนเออร์มาร์ที่มีความเร็วลมสูงถึง 295 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งนับว่าเป็นพายุหมุนที่มีความเร็วลมสูงที่สุดในรอบสิบกว่าปี นับตั้งแต่พายุเฮอร์ริเคนวิลมาเมื่อปี 2005 ในขณะที่แผ่นดินไหวครั้งใหญ่บริเวณพรมแดนอิรักและอิหร่าน และแผ่นดินไหวในเม็กซิโก ก็มียอดผู้เสียชีวิตมากที่สุดในปีนี้ถึง 540 คน และ 370 คนตามลำดับ
 

 

ความปั่นป่วนวุ่นวายของบรรดารัฐอาหรับ

วิกฤตกาตาร์ที่ปะทุขึ้นเมื่อช่วงต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาสะท้อนถึงความสัมพันธ์ของบรรดา 6 รัฐอาหรับกับกาตาร์ที่ดำเนินไปจนถึงจุดต่ำสุด ถึงขั้นประกาศตัดความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกัน หลังประเทศพี่ใหญ่ นำโดยซาอุดีอาระเบีย อ้างว่ากาตาร์เป็นประเทศตัวการที่บ่อนทำลายเสถียรภาพและความมั่นคงภายในภูมิภาค พร้อมทั้งสนับสนุนกลุ่มก่อการร้าย ค่านิยมสุดโต่ง และร่วมมือกับรัฐอันธพาลอย่างอิหร่าน

 

 

จนนำไปสู่การดำเนินมาตรการกดดันและเรียกร้องให้กาตาร์ยอมปฏิบัติตามข้อเรียกร้องต่างๆ เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ โดยหนึ่งในจำนวนนั้นคือ การตัดความสัมพันธ์กับกลุ่มภราดรภาพมุสลิม ซึ่งเป็นกลุ่มต้องห้ามของประเทศอื่นๆ ภายในภูมิภาค รวมถึงต้องยุติการสนับสนุน (ปิดกิจการ) สำนักข่าวอัลจาซีราและสื่อย่อยอื่นๆ

 

นับเป็นวิกฤตทางการทูตครั้งรุนแรงที่สุดของอ่าวอาหรับในรอบหลายทศวรรษ แม้ผู้นำกาตาร์จะยืนยันว่าข้อกล่าวหาดังกล่าวไม่เป็นความจริง พร้อมทั้งยังจะสนับสนุนสำนักข่าวอัลจาซีรา ผู้มีบทบาทสำคัญในการรายงานสถานการณ์เหตุลุกฮือต่อต้านรัฐบาลของประชาชนในช่วงอาหรับสปริงนี้ต่อไป เนื่องจากเขาเชื่อว่าสื่อสำนักนี้จะเปิดพื้นที่ให้เกิดการถกเถียงทางการเมือง นำความทันสมัยและความเปลี่ยนแปลงในทางบวกมาสู่ภูมิภาคแห่งนี้ โดยการ์ตาพร้อมเดินหน้าเจรจาหาทางออกร่วมกัน
 

 

นอกจากวิกฤตกาตาร์แล้ว การเปลี่ยนแปลงภายในประเทศพี่ใหญ่อย่างซาอุดีอาระเบียก็สำคัญไม่แพ้กัน หลังเจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมารพระองค์ใหม่ เร่งเดินหน้าปฏิรูปประเทศและปราบปรามคอร์รัปชัน สั่งควบคุมตัวเจ้าชายถึง 11 พระองค์ พร้อมบุคคลสำคัญท่านอื่นๆ ที่อาจมีส่วนพัวพันกับการทุจริต เพื่อสอบปากคำ ก่




ที่มา : https://thestandard.co/2017-year-of-confusion-world/
TAG : โลก  2017  ความโกลาหล 


บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ
ตร.สุรินทร์รวบแล้ว 2 พี่น้องอ้างเป็นตำรวจ โบกจับรถชาวบ้าน
รอง ผบ.ตร. เผย ตำรวจสุรินทร์ รวบแล้ว 2 พี่น้องแอบอ้างเป็นตำรวจโบกจับรถชาวบ้าน
สุรินทร์  ตำรวจ  รอง ผบ.ตร 
44 ครั้ง 29 มกราคม 2561
แฉฆ่าสุดโหด! ศพห่อเสื่อ-มัดพันธนาการซ้ำ ทิ้งร่างสาวหมกเหวกลางเมืองภูเก็ต
จากกรณีสมาชิกเฟซบุ๊ก “R’forey Rujirada” ได้โพสต์ภาพบุคคลและภาพหนังสือแจ้งความลงบันทึกประจำวันพร้อมข้อความลงในกลุ่ม “ร้องเรียน แจ้งข่าวสาร แสดงความคิดเ อ่านต่อ...
ศพห่อเสื่อ ภูเก็ต แฉฆ่าสุดโหด! ศพห่อเสื่อ ฆ่าสุดโหด แฉฆ่าสุดโหด! ศพห่อเสื่อ-มัดพันธนาการซ้ำ ทิ้งร่างสาวหมกเหวกลางเมืองภูเก็ต 
441 ครั้ง 10 กรกฏาคม 2560
"นิวซีแลนด์" เตรียมรีดภาษีนักท่องเที่ยว เริ่มปีหน้า หวั่นธรรมชาติโทรม
รัฐบาลนิวซีแลนด์เตรียมเก็บภาษีนักท่องเที่ยวตั้งแต่ปลายปี 2562
นิวซีแลนด์  รีดภาษี  ภาษีนักท่องเที่ยว  ธรรมชาติ 
5 ครั้ง 24 มิถุนายน 2561
เก่ง เกียร์อาร์ ยกมือไหว้ ลั่นยินดีไปขอโทษ สรยุทธ ถึงเรือนจำ
เก่ง เกียร์อาร์ ยกมือไหว้ขอโทษ สรยุทธ บอกเป็นไอดอล แต่เสียใจที่ไม่รายงานข้อมูลทั้งสองฝ่าย ลั่นยินดีไปขอโทษถึงเรือนจำ
เก่ง เกียร์อาร์  ดีเจเก่ง เกียร์อาร์  สรยุทธ  เรือนจำ 
65 ครั้ง 7 กันยายน 2560
เจ้าของหอพัก ผวา หนุ่มวัยรุ่นเดินแก้ผ้าวนเวียนหน้าหอ
เจ้าของหอพักโพสต์ภาพกล้องวงจรปิดจับภาพ ชายวัยรุ่นเดินแก้ผ้าวนเวียนไปมาลงโลกโชเชียล วอนตำรวจตามจับกุมเกรงอาจทำอันตรายกับหญิงสาวที่อาจมาพบ
หอพัก  วัยรุ่น  แก้ผ้า 
87 ครั้ง 22 พฤศจิกายน 2560
พิสูจน์แล้ว ปืนลูกซองยิง “เสือดำ” เป็นของเจ้าสัว อาจโยงคดีช้างป่ากุยบุรี
ความคืบหน้ากรณี นายเปรมชัย กรรณสูต และพวก ร่วมกันล่าสัตว์ ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร
เปรมชัย กรรณสูต  ล่าสัตว์  เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า  ทุ่งใหญ่นเรศวร 
37 ครั้ง 18 กุมภาพันธ์ 2561
น่ารักทั้งบ้าน! เพลง "เมนูไข่" ที่ในหลวง ร.9 พระราชทานให้พระเจ้าพี่นางเธอฯ โดยมีสมเด็จพระเทพฯ ประพัน
หลายคนคงได้อ่านเรื่องราวความรักที่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ หรือ ในหลวง ร.9 มีให้กับราษฎรทั่วทุกภาคของประเทศ
เมนูไข่  ร.9  พระเจ้าพี่นางเธอฯ  สมเด็จพระเทพฯ 
51 ครั้ง 17 ตุลาคม 2560
พบแล้ว ศพหนุ่มใหญ่พกเงิน 4 หมื่น กลิ่นศพโชยจากหน้าผาน้ำตกโตนปลิว
เจ้าหน้าที่ป่าไม้กว่า 20 นาย และเจ้าหน้าที่กู้ภัยตรังและพัทลุง กว่า 60 คน พร้อมทั้งญาติๆ ได้ออกตามหานายอรรณนพ
ศพหนุ่มใหญ่  กลิ่นศพ  น้ำตกโตนปลิว 
12 ครั้ง 5 เมษายน 2561
ไม่ถึงบ้านญาติ! หักหลบหมาตัดหน้า รถพุ่งลงข้างทางพังยับ ลูกน้อย 3 เดือนดับสลด
นที่ 12 ส.ค. ร.ต.อ.อาทิตย์ บุตรละคร รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ พร้อมด้วย ตำรวจทางหลวง ส.ทล.3 กก.2 ประจวบคีรีขันธ์ หน่วยกู้ชีพ อบต.บ่อ อ่านต่อ...
หักหลบหมาตัดหน้า รถพุ่งลงข้างทางพังยับ ไม่ถึงบ้านญาติ! หักหลบหมาตัดหน้า รถพุ่งลงข้างทางพังยับ ลูกน้อย 3 เดือนดับสลด ลูกน้อย 3 เดือนดับสลด 
60 ครั้ง 14 สิงหาคม 2560
รีวิวตกปลาน้ำแข็งกลางทะเลสาบหิมะ Katsurazawa เมือง Hokkaido
ตกปลาน้ำแข็งกลางทะเลสาบที่กลายเป็นหิมะ
ตกปลา  ทะเลสาบหิมะ  Katsurazawa  เมือง Hokkaido 
148 ครั้ง 8 กุมภาพันธ์ 2561
  ดูละครย้อนหลัง รายการข่าวย้อนหลัง รายการทีวีย้อนหลัง
กลับขึ้นด้านบน